วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ท่องจักรวาล ไขความลับดวงอาทิตย์ - secret of the sun

พลังงานฟรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกมนุษย์เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมดวงอาทิตย์ให้ความร้อนได้ยาวนาน และจะดับลงเมื่อไหร่? ร่วมหาคำตอบได้ที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

LIGO Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory ยืนยันการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นครั้งแรก


บทความโดย facebook.com/matiponblog/photos/a.255101608033386.1073741828.255096768033870/427749910768554/?type=3&theater


LIGO ยืนยันการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นครั้งแรก

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2016 นี้ ทีมงาน LIGO (Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory) ได้ออกแถลงข่าวยืนยันการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นครั้งแรกของโลก โดยทีมงานเปิดเผยว่าวันที่ 14 กันยายน 2015 ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดจากหลุมดำสองหลุมมวล 29 และ 36 เท่าของดวงอาทิตย์รวมตัวกัน และปลดปล่อยพลังงานในรูปของคลื่นความโน้มถ่วงที่ตรวจพบได้โดยเครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงทั้งที่ Hanford, Washington และ Livingston, Louisiana ในเวลาเดียวกัน

นอกจากการยืนยันการมีอยู่ของคลื่นความโน้มถ่วงแล้ว การค้นพบนี้ยังช่วยยืนยันถึงการมีอยู่ของ binary black hole หรือหลุมดำสองหลุมที่โคจรรอบกันอีกด้วย

แต่ว่าคลื่นความโน้มถ่วงคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

- ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของไอสไตน์

ก่อนจะพูดถึงคลื่นความโน้มถ่วง เราจำเป็นต้อง ต้องอธิบายถึงแรงโน้มถ่วงตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอสไตน์ก่อน ไอสไตน์อธิบายว่าแรงโน้มถ่วงเกิดจากมวลทำให้เกิดการบิดงอของกาลอวกาศ คล้ายกับการที่เรายืนบนเตียงนอนทำให้พื้นเตียงรอบๆ เรานั้นบิดงอไป และการบิดงอของกาลอวกาศนี้เป็นตัวส่งผลให้วัตถุมีการเคลื่อนที่อย่างที่เราสังเกตเป็นแรงโน้มถ่วงทุกวันนี้

ผลพลอยได้อย่างหนึ่งของการบิดงอของกาลอวกาศก็คือ แรงโน้มถ่วงจะสามารถทำให้ระยะทางและเวลาเกิดการบิดเบือนได้ ซึ่งสามารถพบได้ชัดเจนในบริเวณที่มีแรงโน้มถ่วงสูง เช่น รอบหลุมดำ

- คลื่นความโน้มถ่วง

ถ้าการยืนบนเตียงของเราทำให้เตียงเราโค้งงอได้ การกระโดดขึ้นลงหรือเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนเตียงนอนของเราก็จะสามารถแผ่อิทธิพลการโค้งงอออกไปรอบๆ ได้เช่นเดียวกับการโยนก้อนหินลงบนผิวน้ำ เมื่อเราโยนก้อนหินลงไปในทะเลสาป การรบกวนบนผิวน้ำจะแผ่ออกไปรอบๆ เกิดเป็นคลื่นผิวน้ำ

เช่นเดียวกัน การรบกวนในกาลอวกาศโดยมวลจำนวนมาก ก็น่าจะสามารถแผ่อิทธิพลการรบกวนนี้ไปยังกาลอวกาศรอบๆ ได้ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเราไม่สามารถเพิ่มหรือทำให้มวลหายไปได้ เราจึงไม่สามารถ “โยน” มวลลงไปยังผิวกาลอวกาศได้ในลักษณะเดียวกับการโยนก้อนหินลงในผิวน้ำ แต่สิ่งที่อาจจะสามารถทำให้เกิดการแผ่คลื่นความโน้มถ่วงได้ก็คือการยุบตัวลงของมวลอย่างรวดเร็ว การโคจรรอบกันของมวลจำนวนมากสองมวล หรือการรวมตัวกันของวัตถุขนาดมหึมาเช่นหลุมดำสองหลุม

อีกวิธีหนึ่งที่สามารถเปรียบเทียบคลื่นความโน้มถ่วงได้ก็คือโดยการเปรียบเทียบกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เราทราบกันว่าอิเล็คตรอนจะแผ่สนามไฟฟ้าไปรอบๆมัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเราทำการเคลื่อนอิเล็คตรอนไปยังตำแหน่งใหม่ สนามไฟฟ้าของอิเล็คตรอนจะต้องใช้เวลาเดินทางออกไปเท่ากับความเร็วแสง เมื่อเราทำการเคลื่อนตำแหน่งอิเล็คตรอนอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟ้าอย่างรวดเร็วนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกไปรอบๆ การที่เราสามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ก็เป็นเพราะว่าอิเล็คตรอนภายในเสาอากาศเกิดการสั่นขึ้นลงและแผ่ออกไปเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่สามารถตรวจจับได้โดยอิเล็คตรอนในเสาอากาศของเครื่องรับนั่นเอง ในลักษณะเดียวกันเมื่อเรามีมวลขนาดใหญ่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เราก็จะสามารถแผ่คลื่นความโน้มถ่วง ที่สามารถตรวจพบได้โดยมวลอื่นที่ห่างไกลออกไป

โดยลักษณะของคลื่นความโน้มถ่วงนั้น จะอยู่ในรูปของการบิดงอของกาลอวกาศทำให้ระยะทางในสองทิศทางยืดและหดออกไป คล้ายกับการทำให้หนังยางวงกลมบิดเบี้ยวออกเป็นวงรีในทิศทางที่สลับกันไปมา

- ความท้าทายในการศึกษาคลื่นความโน้มถ่วง

อย่างไรก็ตาม การตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมจึงยังไม่มีการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงจนถึงทุกวันนี้ ความท้าทายของคลื่นความโน้มถ่วงส่วนหลักๆ เป็นเพราะว่าคลื่นความโน้มถ่วงมีอิทธิพลน้อยมาก และจะสังเกตเห็นได้ง่ายก็ในกรณีที่เกิดการรวมตัวกันของมวลขนาดมหึมาเช่นหลุมดำเท่านั้น

ลองนึกภาพมวลขนาด 29 เท่าของดวงอาทิตย์ แต่มีขนาดเพียงแค่ 150 กม. เคลื่อนที่ด้วยความเร็วครึ่งหนึ่งของความเร็วแสง และชนเข้ากับหลุมดำอีกอันที่มีมวล 36 เท่าของดวงอาทิตย์ นี่คือเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการสังเกตที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2015 ที่ผ่านมา

เมื่อรวมกันแล้ว มวลรวมสุดท้ายของหลุมดำนั้นมีมวลเพียงแค่ 62 เท่าของมวลดวงอาทิตย์เท่านั้นเอง และมวลอีก 3 เท่าของดวงอาทิตย์ได้ถูกเปลี่ยนไปในรูปของพลังงานคลื่นความโน้มถ่วงที่แผ่ออกมาเป็นระยะทางกว่า 1.3 พันล้านปีแสงจนมาถึงโลกของเรา

พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาโดยการรวมตัวของหลุมดำนี้ มีมากกว่า 50 เท่าของพลังงานที่ดาวฤกษ์ทุกดวงในเอกภพปลดปล่อยออกมาในหนึ่งหน่วยเวลาเสียอีก อย่างไรก็ตาม พลังงานเหล่านี้ถูกปลดปล่อยออกมาในเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งพลังงานอันมหาศาลนี้ ก็ส่งผลให้เกิดการยืดหดเพียงแค่ 10^(-21) ส่วนเท่านั้นเอง นั่นคือหากเรามีไม้เมตรวางเอาไว้ในขณะที่คลื่นความโน้มถ่วงจากการรวมตัวของหลุมดำนี้ผ่านไป ไม้เมตรนั้นจะยืดได้ไม่เกิน 10^(-21) เมตร

ด้วยความท้าทายเหล่านี้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงที่แม่นยำและมีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก

- LIGO

Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory (LIGO) เป็นเครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงขนาดมหึมา ประกอบขึ้นด้วยท่อขนาดยาว 4 กิโลเมตร สองท่อ ทำมุมกัน 90 องศา และมีสถานีตรวจวัดอยู่สองที่ ที่ Hanford, Washington และ Livingston, Louisiana

การที่ใช้ท่อขนาดยาว 4 กม. นี้จะทำให้การยืดหดของกาลอวกาศที่เกิดจากคลื่นความโน้มถ่วงสามารถสังเกตได้ง่ายขึ้น เพื่อสังเกตคลื่นและการสั่นไหวในกาลอวกาศที่เกิดขึ้น ไม่ต่างอะไรกับทุ่นลอยกลางทะเลที่คอยสังเกตคลื่นผิวน้ำ ซึ่งส่วนมากในเวลาคลื่นลมสงบนั้นมีคลื่นที่ราบเรียบเกินกว่าที่เครื่องมือจะสามารถตรวจวัดได้

การรวมตัวกันของหลุมดำที่ผ่านมา เปรียบได้กับการเกิดมรสุมขนาดใหญ่ ที่ทำให้เกิดคลื่นขนาดมหึมาจนพอจะสังเกตได้

แต่แม้กระทั่งคลื่นความโน้มถ่วงขนาดมหึมานี้ ก็ทำให้กาลอวกาศภายในท่อยาว 4 กม. เปลี่ยนแปลงความยาวไปเพียงแค่ 10^(-18) เมตรเพียงเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กกว่าขนาดของโปรตอนเสียอีก

ความท้าทายหลักๆ ในการสังเกตคลื่นความโน้มถ่วงของ LIGO ก็คือการกำจัดการสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่อาจจะเกิดจากบนโลก และการวัดระยะทางที่แม่นยำ ในการวัดระยะทาง ซึ่ง LIGO สามารถทำได้โดยการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า interferometer โดยการใช้เลเซอร์ยิงสะท้อนกับกระจกที่ยังปลายอุโมงค์ เมื่อระยะทางในสองอุโมงค์เกิดการเปลี่ยนแปลงจากคลื่นความโน้มถ่วง จึงสามารถสังเกตได้เป็นเฟสของเลเซอร์ที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อสะท้อนกลับมายัง interferometer

ซึ่งการค้นพบในวันที่ 14 กันยายน 2015 นี้ทำให้เราสามารถยืนยันการมีอยู่ของคลื่นความโน้มถ่วง และหลุมดำโคจรรอบกัน ในเอกภพได้

- ต่อจากนี้

เมื่อ 400 ปีที่แล้ว กาลิเลโอได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ในการสังเกตวัตถุบนท้องฟ้าเป็นครั้งแรก และเพิ่มความเข้าใจในธรรมชาติของจักรวาลของมนุษย์อย่างก้าวกระโดด และทุกครั้งที่เรามีการเปิดหน้าต่างช่วงคลื่นใหม่ในการสังเกตการณ์ทางธรรมชาติ ก็ทำให้ความเข้าใจของเราก้าวเพิ่มมากขึ้นอย่างทวีคูณ

เช่นเดียวกัน การค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการค้นพบยิ่งใหญ่ที่กำลังจะตามมาเพียงเท่านั้น เมื่อเราสามารถค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงได้ เราก็จะสามารถยืนยันปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ต่างๆ อีกมากมายที่คาดเอาไว้ได้ เช่น การยุบตัวของซูเปอร์โนวา ดาวนิวตรอน คอสมิคสตริง ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่เครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงอาจจะนำมา ก็คือสิ่งที่เรายังคาดคิดไม่ถึงในตอนนี้

ปัจจุบัน LIGO ยังมี sensitivity เพียงแค่ 1 ใน 3 ของที่ควรจะเป็นเพียงเท่านั้น และ LIGO ยังสามารถพัฒนาเครื่องมือได้อีก จึงมีโอกาสที่จะตรวจพบปรากฏการณ์อื่นได้อีกมาก

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดอย่างหนึ่งของคลื่นความโน้มถ่วงก็คือ คลื่นความโน้มถ่วงนั้นไม่สามารถบอกทิศทางได้ ใกล้เคียงกับไมโครโฟนที่สามารถฟังเสียงได้ แต่บอกไม่ได้ว่าเสียงมาจากทิศทางใด

อย่างไรก็ตาม กำลังจะมีการสร้างเครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วงอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ญี่ปุ่น อิตาลี ฯลฯ เป็นเครือข่ายของคลื่นความโน้มถ่วง ซึ่งหากเรามีเครื่องตรวจวัดหลายตำแหน่ง ก็จะช่วยให้เราสามารถจำกัดขอบเขตของทิศทางที่กำลังมาถึงได้

การค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่ใช้ระยะเวลากว่า 50 ปีและเงินทุนสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและความร่วมมือของเอกชน เงินภาษีประชาชนกว่า 40 ปี จึงจะเกิดเป็นการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติได้

ภาพ: LIGO, NSF, Aurore Simonnet (Sonoma State U.)

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เวโรน่า แอรีน่า สนามประลองความบันเทิงแสนดุเดือด-Verona Arena

ภาพจาก palazzovictoria.com

         เมื่อเราคิดถึงสถานบันเทิงแห่งอาณาจักรโรมัน ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ที่อำมหิตระหว่างนักโทษและเหล่าสัตว์ร้าย การต่อสู้เหล่านี้เป็นพระเอกแห่งความบันเทิง จัดขึ้นในเวทีวงกลมแห่งการต่อสู้ภายในอัฒจรรย์อันยิ่งใหญ่  นักสู้ที่ผ่านการพิจารณาแล้วได้รับการฝึกเพื่อการเป็นนักรบ
          เวโรน่า แอรีน่า อิตาลี เป็นอัฒจรรย์ที่ใหญ่ที่สุดในโรมันสมัยโบราณ วงแหวนสีขาวด้านนอก และหินปูนสีชมพูถูกแรงสั่นสะเทือนของแผนดินไหวทำลายเกือบทั้งหมด ในปี ค.ศ. 1117
แต่น่าอัศจรรย์ที่ภายในไม่มีความเสียหาย วีโรน่า แอรีน่า สร้างเมื่อ ค.ศ. 30 บรรจุผู้ชมได้ 30,000 คน ถูกใช้งานมาอย่างต่อเนื่องการแสดงการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นในโรมันยุคกลาง ประมาณ ศตวรรษที่ 18

credit : mediadump

การวัดและประเมินผล Measurement and Evaluation

การวัดและประเมินผล
...เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเป็นตัวกำหนดว่าผ่านหรือไม่ผ่านเกณฑ์ ใช้งานกันในการศึกษา ทางธุรกิจ และการทำงาน 
...สาระสำคัญของเครื่องมือวัดมี 9 ประการ
ความเที่ยงตรง ความยุติธรรม การถามลึก ความยั่วยุ ความยากง่าย อำนาจจำแนก ความเชื่อมั่น ความเป็นปรนัย ความมีประสิทธิภาพ
...ในทางการศึกษากิจกรรมการสอบการวัดผลคือกิจกรรมการวัดและประเมิน ในทางองค์กรต่างๆ นำมาใช้เป็น KPI วัดผลการทำงาน เป็นตัวกำหนดความก้าวหน้าของหน้าที่การงานในรอบการประเมินนั้นๆ แต่สำหรับองค์กรอาจไม่เคร่งครัดในกฏเกณฑ์มากนักอาจเป็นเพราะว่าหากทำให้ถูกต้องตามวิธีการวัดจริงๆ แล้ว ส่งผลให้ทำงานได้ยากไม่สะดวกจึงทำให้การวัด KPI นั้นๆ ทำเพื่อเพียงผ่านพอเป็นพิธี แต่ส่งผลต่อชีวิตพนักงาน ซึ่งสวนทางกับระบบการศึกษาที่วัดอย่างเคร่งครัดแต่เป็นกิจกรรมเชิงสมมุติซักซ้อมเท่านั้น การวัดและประเมินผลในทางปฏิบัติไม่สามารถนำมาใช้จริง 100% เนื่องจากมีรายละเอียดมากมายเมื่อทำการวัดแล้วส่งผลกระทบต่อการทำงาน และประสิทธิภาพจริงๆ จึงไม่เกิดขึ้นและอาจแอบแฝงไว้ด้วยอคติและเสน่หา...

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

คลิ๊บ 1000 ล้านวิว Billion View - 2015

1,025,620,924 View



1,007,552,235

ผลงานนายก ปรยุทธ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha

จับมือวางระเบิดราชประสงค์ ๒
ออกหมายจับเพิ่มเติมไปอีก ๘
ถอนหนังสือเดินทางจาตุรนต์
เซ็นรับทราบถอดยศทักษิณชินวัตร
ขอนักธุรกิจญี่ปุ่นช่วยตามตัวปวิน
ลดราคาสลากเป็น ๘๐ บาททั่วประเทศ
เพิ่มรางวัลสามตัวหน้าทำสลากขายดี
ให้ผู้ขายสลากซื้อตรงได้จากกรุงไทย
ลดเวลาเรียนเพิ่มกิจกรรมเสริมทักษะ
อัดฉีดกองทุนหมู่บ้านแบบมีการตรวจสอบ
สั่งผบ.ตร.ห้ามพูดเรื่องบ่อนกาสิโน
จัดระเบียบวินมอเตอร์ไซค์และรถตู้
จัดระเบียบอุทยานนำรายได้เข้าชาติ
จัดระเบียบร้านค้าริมชายหาดทั่วประเทศ
จัดระเบียบร้านค้าริมทางเท้าทั่วกทม.
เปิดเส้นทางเดินเท้าบริเวณตลาดคลองถม
จัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษา
เจิมคนเขียนลมเปลี่ยนทิศไทยรัฐ
ดัชนีคอร์รัปชั่นไทยต่ำสุดในรอบสิบกว่าปี
ประหยัดเงินใต้โต๊ะลงกว่าปีละ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน
ขุดบ่อน้ำรับภัยแล้วกว่า ๒,๐๐๐ บ่อทั่วประเทศ
ประเทศสงบไม่มีเดินประท้วงข้างถนนรายวัน
ปิดสถานีวิทยุชุมชนปลุกระดมการเมืองเสียสิ้น
ปิดเวบไซต์ไม่เหมาะสมไปอีกกว่า ๑,๒๐๐ เวบ
ปราปเด็กแว้นบอยสก๊อยเกิร์ลปวนเมืองเข้าคุก
ออกกฎถ้าเด็กแว้นโดนจับพ่อแม่ก็จะโดนด้วย
จับอาวุธสงครามได้ทั้กลางเมืองและทั่วประเทศ
ตำรวจไหนทำผิดกฎหมายลุงย้ายเรียบ
จับบิ๊กกิ๊กตำรวจตัวโคตรใหญ่เข้าคุก
ยึดที่ดินครอบครองผิดกม.คืนจากนายทุน
เอาที่ดินกลับมาเป็นของรัฐได้กว่า ๘๐,๐๐๐ ไร่
ผลักดันกฎหมายสำคัญรวมแล้วอีกกว่า ๘๐ ฉบับ
รวมทั้ง พ.ร.บ.มรดก ภาษีที่ดิน ชุมนุมที่สาธารณะ
โยกย้ายดำเนินการทางวินัยข้าราชการทุจริต
แก้ไขปัญหาประมงและธุรกิจการบินผิดกฎหมาย
เดินหน้าแก้ปัญหาค้ามนุษย์จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว
นักการเมืองทำผิดเดินคอตกเข้าคุกเป็นแถว
ได้คะแนนนิยมสูงกว่ายิ่งลักษณ์และอภิสิทธิ์
แถมไม่ตั้งน้องชายตัวเองเป็นผบ.ทบ.ด้วยนะเออ

ยุคไหนแซ่บเท่ายุคนี้ไม่มีอีกแล้ว อีโมติคอน tongue

credit : https://goo.gl/d4ClDY

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มีเรื่องมาเล่าถึงเดือนดาวในกะลา

.....ในเว็บพันทิปสังคมกว้างใหญ่ที่สุดโซเชียลเน็ตเวิร์คแห่งแรกของไทย และเกิดก่อนเฟซบุ๊คมา 20 ปี
มีกระทู้เกี่ยวกับความรู้ด้านการบินและเครื่องบินเขียนโดยนักบินที่ต้องการตอบคำถามยอดฮิต 10 คำถาม ซึ่งมีคอมเม้นท์ที่สะท้อน สังคม แนวคิด อคติ ที่เกิดขึ้นและเป็นอยู่กับหลายคนทั้งสังคมปกติ และในที่ทำงาน

กระทู้ต้นทางจากโลกพันทิป
http://pantip.com/topic/33955048

เจ้าของกระทู้ซึ่งเป็นนักบินได้อธิบายถึงน้ำมันเครื่องบินว่าเป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับเครื่องบินโดยเฉพาะ และพูดถึงค่าออกเทน 100%  นั้นจะทำให้เกิดการจุดระเบิดที่ดีเกินไป

ภาพที่ 1

ความคิดเห็นย่อยที่ 6-3 พยายามอธิบายเสริมเพิ่มเติมความรู้เรื่องค่าออกเทนในเชิงลึก เพราะเจ้าของกระทู้อธิบายไว้คลาดเคลื่อนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ผู้อ่านได้

ภาพที่ 2

คอมเม้นที่พูดถึงนี้อยู่ใน  ความคิดเห็นย่อยที่ 6 -5  กลับมองว่าการอธิบายเพิ่มเติมความรู้ว่าเป็นการโชว์เหนือในกระทู้คนอื่นตามภาพประกอบที่ 3 มันช่างสะท้อนมุมมองความคิดคนส่วนหนึ่งในสังคมได้อย่างมากที่มีทัศนะมุมมองคับแคบ จิตใจไม่สามารถเปิดรับความคิดเห็นผู้อื่นได้


ภาพที่ 3

การแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมความรู้เสริมหรืออีกด้านนึงของมุมมองอย่างสุภาพ ทำให้เห็นถึงแง่มุมต่าง ๆ ได้มากขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ควรยอมรับ ผลของมันทำให้เราคิดได้รอบรู้ได้กว้างมากขึ้น แต่คนที่มีอีโก้สูงคิดว่าตัวเองรู้มากกว่า หรือระแวงว่าผู้อื่นคิดแง่ร้ายต่อตัวเอง มันคือความหวาดระแวงในสังคมเมืองหลวงที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ถ้าเราโฟกัสถึงมาที่สังคมการทำงานแล้ว ที่แห่งนี้แหละที่มีคนเหล่านี้มากที่สุดแห่งหนึ่ง ทำให้การใช้ชีวิตการทำงานนั้นเราต้องระมัดระวังในสิ่งที่พูดให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นความจริงใจใดๆ ที่สื่อออกไปจะกลับมาเป็นโทษได้อย่างแน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โรงพิมพ์พิมพ์ดี นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร - pimdee printing Service



















ภาพถ่าย : สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558 โดย xsci.blogspot.com